จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

เทคนิคถ่ายภาพกระโดด



ปัญหาหลักๆ ของการถ่ายภาพกระโดดคือ... ตากล้องกดชัตเตอร์ไม่ทัน! แค่ปัญหานี้ปัญหาเดียวก็ทำให้ถ่ายกันไม่สำเร็จแล้ว เพราะอย่าลืมว่า แบบหนะ ต้องกระโดดนะ การกระโดดเนี่ย มันเหนื่อยมากเลยทีเดียว แล้วคิดว่าคนจะกระโดดให้ถ่ายรูปได้ซักกี่ครั้งต่อ 1 Trip...

ดังนั้น เรามาดูเทคนิคการถ่ายภาพกระโดดกันดีกว่า

1. การตั้งกล้อง จะต้องตั้งให้ติดพื้นที่สุด เพื่อที่จะได้เห็นแบบกระโดดสูง (ทั้งที่จริงๆอาจจะกระโดดได้ไม่สูง) เพราะเห็นระยะห่างระหว่างเท้ากับพื้น
2. ปรับโหมด TV ใช้ Speed Shutter ประมาณ 1/400
3. เปิดจอ View Finder เพื่อความง่ายต่อการจัดองค์ประกอบ โฟกัสที่หน้าของแบบ จากนั้นค่อยจัดองค์ประกอบโดยอย่าลืมว่าต้องเว้นระยะของส่วนหัวเอาไว้มากหน่อย เพราะเราจะจับภาพตอนตัวแบบกระโดดสูงสุด
4. การกดชัตเตอร์ จะกดหลังจากเรานับ 3 เสร็จแล้วแบบกำลังย่อตัว... เน้นว่ากดชัตเตอร์ตอนแบบกำลังย่อตัวนะ! 
อาจจะสงสัยว่าทำไมไม่กดตอนแบบกระโดดสูงสุด เหตุที่กดตอนย่อตัวนั้น เพราะเมื่อเราคิดว่าจะกด มือเรายังไม่ได้กดตอนนั้นนะ แต่เราจะกดชัตเตอร์ Delay ออกไปนิดหน่อย ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่พอดีกับแบบที่กระโดดอยู่ในจุดสูงสุดพอดี


+++ เทคนิคถ่ายภาพให้มีมิติ +++

1.ถ่ายภาพให้มีความลึก
สิ่งแรกคือภาพต้องมีความลึก ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนหากภาพมีฉากหน้า สิ่งที่อยู่กลางภาพ และฉากหลัง โดยมีพื้นที่ระหว่าง 3 สิ่งนี้ เพื่อแยกให้ออกจากกันอย่างชัดเจน ภาพในลักษณะนี้จะดูมีความลึกมากกว่าภาพที่วางซับเจ็ก ไว้ที่ระยะกลางหรือฉากหลังของภาพตามปกติที่มักทำกัน

2.สร้างกรอบให้ภาพ
หามุมที่ทำให้ภาพมีฉากหน้า เมื่อมีฉากหน้ามากภาพจะดูแล้วมีความลึกมากขึ้นด้วย นอกจากฉากหน้าแล้วสิ่งที่อยู่ในระยะกลางหรือระยะไกลก็ช่วยเพิ่มความลึกให้ภาพด้วย ภาพในลักษณะนี้ควรเน้นจุดโฟกัสไปที่ซับเจ็กหรือจุดเด่นที่ต้องการ หากมีฉากหน้าที่เป็นกรอบเช่น หน้าต่างหรือประตู ควรจะมืดกว่าสิ่งที่อยู่ไกลออกไป หรืออาจให้ฉากหน้าเบลอมากๆ จากการใช้รูรับแสงกว้างเพื่อให้ภาพดูน่าสนใจ ภาพที่มีฉากหน้าอยู่ในเงามืด ต้องระวังเรื่องการวัดแสงให้ดี ควรวัดแสงในบริเวณที่มีแสงสว่างก่อน จากนั้นค่อยจัดองค์ประกอบภาพให้มีฉากหน้าหรือกรอบภาพ มิฉะนั้นส่วนสว่างจะสว่างมากเกินไป ถ้าไม่ใช้ระบบแมนนวล (m) หลังจากวัดแสงแล้วให้กดปุ่มล๊อคความจำแสง (ae-l) เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าแสงที่วัดได้เปลี่ยนแปลง

3.ทำให้ภาพดูมีระยะ
ถ้าในภาพมีสิ่งที่เราคุ้นเคยเช่น คน อยู่ในระยะใกล้และมีสิ่งอื่นเช่น น้ำตกอยู่ในระยะห่างออกไป จะทำให้ภาพดูแล้วมองเห็นความลึกอย่างเด่นชัด หรือจะใช้สิ่งที่มีลักษณะเหมือนๆ กันอย่างเช่น ดอกทานตะวัน ทั้งหมดมีขนาดเท่าๆ กัน แต่ดอกที่อยู่ใกล้จะมองดูเหมือนกับมีขนาดที่ให*่กว่า ส่วนที่อยู่ห่างออกไปจะมีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความลึกของภาพได้ดีเช่นกัน

4.ใช้เส้นในภาพสร้างมิติ
เมื่อสิ่งที่เป็นลักษณะเส้นตรงสองเส้นปรากฏในภาพ ผู้ดูภาพจะรู้สึกว่าช่วงที่เส้นคู่ขนานอยู่ห่างกันเป็นระยะใกล้ ส่วนระยะที่เส้นทั้งสองใกล้กันคือระยะไกล ดังนั้นหากจักองค์ประกอบภาพให้ภาพมีเส้นในลักษณะนี้จะทำให้ภาพดูมีความลึกได้


วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

เลนส์Canon

Canon EF 100-400mm F4.5-5.6 L IS USM

  • ระยะโฟกัสและรูรับแสงกว้างสุด: 100-400mm 1:4.5-5.6
  • Diagonal Angle of View: 24 องศา - 6 องศา(43.2mm)
  • Vertical Angle of View: 14 องศา - 3 องศา (24mm)
  • Horizontal Angle of View: 20 องศา - 5 องศา (36mm)
  • ขนาด Filter: 77mm
  • ส่วนประกอบของเลนส์: 17 ชิ้นใน 14 กลุ่ม
  • มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Image Stabilizer
  • รูรับแสงแคบสุด: f/32-38
  • จำนวนม่านชัตเตอร์: 8
  • ระยะโฟกัสใกล้สุด: 1.8 เมตร
  • มอเตอร์โฟกัส: Ultrasonic
  • ขนาด: 92มม. (เส้นผ่าศูนย์กลาง) x 189มม.
  • น้ำหนัก: 1360 กรัม

** NEW ** Canon EF 70-200mm f/2.8L IS II USM

  • เลนส์เทเลซูมที่ออกแบบให้แก้ไขเรื่องการหักเหและการฟุ้งกระจายของแสงด้วยเลนส์ UD และเลนส์ฟลูออไรต์ 4 ชิ้น ใช้งานได้ดีในทุกสภาพแสงโดยให้ภาพที่คมชัด รายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ และใช้มอเตอร์ออโต้โฟกัสชนิดวงแหวน USM พร้อมระบบโฟกัสแบบเคลื่อนที่ภายใน ทำให้ปรับออโต้โฟกัสได้รวดเร็วและเงียบ สามารถปรับโฟกัสเองแบบแมนนวลได้ตลอดเวลาแม้ในขณะที่กำลังใช้ระบบออโต้โฟกัส และยังคงใช้ระบบออโต้โฟกัสได้เมื่อเพิ่มทางยาวโฟกัสให้สูงขึ้นเป็น 98-280 มม. f/4 หรือ 140-400 มม. f/5.6 ด้วยอุปกรณ์เสริมเลนส์เพิ่มทางยาวโฟกัส Extender EF1.4xII หรือ EF2xII
  • *** หมายเหตุ : เมื่อใช้งานเลนส์ EF70-200mm f/2.8L IS II USM กับเลนส์เพิ่มทางยาวโฟกัส EF1.4xII หรือ EF2xII ระบบออโต้โฟกัสแบบ หลายจุดของกล้อง EOS จะเปลี่ยนเป็นแบบจุดเดียว
  • ตรงกลาง



Canon EF100mm f/2.8L Macro IS USM





วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ทริคเด็ดๆ ถ่ายภาพพาโนรามาให้สวยเก๋ด้วยมือเราเอง


สร้างฉากหน้าให้กับภาพ เพื่อให้ภาพไม่หลวม
เพื่อนๆ คงรู้แล้วว่ากล้อง cyber-shot สามารถถ่ายรูปพาโนรามาได้เพียงช็อตเดียว วันนี้เลยนำทริคเด็ดๆ มาบอกว่า การถ่ายภาพพาโนรามาออกมาสวยเก๋ ต้องทำอย่างไรกันบ้างมาฝากค่ะ :)

การวัดแสง
เนื่องจากการถ่ายภาพแนวนี้ กินพื้นที่เป็นกว้างมากๆ เกินกว่าที่กล้องจะวัดแสงในครั้งเดียวได้ จึงเกิดปัญหา โดยเฉพาะที่ที่มีความต่างแสงมากๆ ว่าเราควรจะวัดแสงที่จุดไหน วัดตรงที่มืด ส่วนที่สว่างก็ขาวโพลน ส่วนถ้าวัดที่สว่าง ส่วนที่มืดก็ดำปี๋อีก คำตอบไม่ยากค่ะ  ตรงไหนเป็นจุดเด่นของภาพก็ให้วัดแสงจุดนั้น โดยการกดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่งค้างไว้ เพื่อวัดแสง แล้วหมุนกล้องมีที่จุดเริ่มต้นของภาพ แล้วกดย้ำเพื่อเป็นการกดชัตเตอร์ (กดค้างไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อวัดแสงแล้ว) จากนัดก็แพนกล้องตามปรกติ เพียงเท่านี่ก็ได้ภาพในสภาพแสงตามต้องการแล้วค่ะ


หลีกเลี่ยงการถ่ายวัดถุที่กำลังเคลื่อนไหว
กล้องCyber-shot รุ่นแรกๆที่มีโหมดถ่ายพานอราม่ามักมีปัญหาเมื่อถ่ายวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว กล้องจับภาพไม่ทันแล้วนำมาต่อผิดสัดส่วนหรือซ้อนกัน แต่ในรุ่นหลังๆ ได้แก้ปัญหานี้เรียบร้อย จึงไม่ต้องกังวลอีกต่อไป


ใช้ถ่ายคน หรือภาพหมู่
หากเป็นการถ่ายพาโนราม่าแบบดั้งเดิมอาจเป็นเรื่องยากที่จะถ่ายคน แต่สำหรับกล้อง Cyber Shot กลายเป็นเรื่องง่ายเท่ากับการถ่ายภาพธรรมดา แต่จำเป็นต้องกะระยะเผื่อขอบข้างซ้ายขวาและบนล่าง เพราะโปรแกรมจะทำการตัดส่วนออกไป แต่ภาพที่ได้สามารถถ่ายจำนวนคนได้มากขึ้น และดูสนุก กว่ารูปถ่ายแบบปรกติค่ะ

ที่มา 
http://www.facebook.com/note.php?note_id=10150144486545837


รวมเด็ดถ่ายคนร่วมกับวิว





        -->ในหลายๆครั้งที่เราต้องถ่ายภาพบุคคลร่วมกับฉากหลังโดยที่เราจำเป็นต้องให้ ความสำคัญกับทั้งสองอย่างเช่น การไปถ่ายรูปในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆหรือการถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญ เรามักพบว่าโดยทั่วไปมักจะวางตัวแบบไว้ตรงกลางภาพซึ่งในหลายครั้งตัวแบบของ เราจะไปบดบังภาพทิวทัศน์เบื้องหลัง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีวิธีง่ายๆที่จะทำให้ทั้งสองสิ่งอยู่ร่วมกันได้ ใน Tips&Trick ฉบับที่แล้ว เราพูดถึงการวางจุดสนใจในภาพซึ่งเราสามารถนำหลักการนั้นมาใช้งานร่วมกับการ ถ่ายภาพบุคคลได้เช่นกัน โดยให้เราทำการวางคนไว้ด้านซ้ายหรือด้านขวาภาพตามกฎของจุดตัด 9 ช่อง (ดูรายละเอียดจุดตัด 9 ช่องได้ใน Tips ฉบับก่อน) จะทำให้สามารถเก็บภาพของทิวทัศน์เบื้องหลังและภาพของตัวแบบเอาไว้ได้โดยไม่ มีปัญหาใดๆ อีกวิธีการหนึ่งก็คือถ้าหากว่าเราต้องการถ่ายร่วมกับตึกหรือสิ่งที่มีลักษณะ เป็นทรงตั้ง ให้เราจัดองค์ประกอบภาพเหมือนกับเป็นการถ่ายภาพคู่ก็ได้โดยให้จินตนาการว่า สถานที่นั้นๆเป็นคนอีกคนหนึ่ง


ที่มา http://just-shutter.blogspot.com/2011/01/portrait.html

สุดจี๊ดกับการถ่ายภาพย้อนแสง


-->หลายครั้งเราอาจเคยได้ยินว่าการถ่ายภาพย้อนแสงนั้นจะให้ให้ตัวแบบหน้าดำและ ได้ภาพที่ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้วการถ่ายภาพบุคคลย้อนแสงนั้นมีสิ่งที่ซ่อนอยู่ โดยเราจะได้ประกายของเส้นผมเกิดขึ้นจากการถ่ายภาพย้อนแสง ซึ่งสิ่งที่เราเองทำการแก้ไขคือการทำไม่ให้ตัวแบบเรานั้นหน้าดำซึ่งวิธีแก้ นั้นจะมีอยู่ 3 วิธีด้วยกันได้แก่


1. ใช้การวัดแสงแบบเฉพาะจุดวัดแสงที่บริเวณแก้มของตัวแบบ ( วิธีการนี้อาจทำให้ฉากหลังว่างเกินไป)
2. ใช้แฟลชช่วยเติมแสงบริเวณใบหน้า
3. ใช้ Reflex ในการเติมแสงบริเวณใบหน้า ( วิธีนี้จะให้แสงที่นุ่มและมีมิติมากกว่าการใช้แฟลชธรรมดา แต่ต้องมีคนช่วยถือให้)


จากสามวิธีการข้างต้นนั้นจะทำให้เราสามารถถ่ายภาพย้อนแสงโดยมีประกายที่เส้น ผมได้ โดยที่ไม่ทำให้ตัวแบบของเราหน้าดำอีกต่อไป วิธีการนี้ไม่ยากและนำไปปรับใช้กับสถานะการณ์ต่างๆได้ไม่ยาก






วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

องค์ประกอบหลักของการถ่ายภาพมาโครมีดังนี้

1 เลนส์ สำหรับเลนส์ที่ใช้สำหรับภาพมาโคร ที่ดีที่สุดก็คือเลนส์มาโครล่ะครับ ผมไม่ได้ยุให้ท่านต้องซื้อเลนส์มาโครนะครับ เพราะเลนส์ที่ท่านมีอยู่จะเป็นช่วง normal zoom หรือ tele ก็สามารถมาประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพมาโครได้ โดยซื้ออุปกรณ์ช่วยมาเพิ่มสมรรถนะของเลนส์ให้สามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากยิ่ง ขึ้นเช่น ใส่ฟิลเตอร์โคลสอัพ และ ท่อต่อเลนส์หรือ extension tube ในกรณีใครที่ใช้กล้องคอมแพคก็มาโครแถมมาให้อยู่แล้ว อันนี้ก็ง่ายเข้าไปใหญ่เลย แต่คุณภาพจะสู้กล้อง slr ไม่ได้นะครับ

2 การจัดองค์ประกอบภาพ
การ จัดองค์ประกอบภาพของภาพมาโคร ไม่มีกฏตายตัวครับ ไม่จำเป็นต้องยึดหลักกฏ 9 ส่วนทุกครั้ง บางครั้งภาพไม่ครบองค์ประกอบขาดๆแหว่งๆ ก็ดูสวยได้ แต่สิ่งสำคัญกว่าองค์ประกอบภาพที่มักถูกมองข้ามคือ ฉากหลัง ถ้าฉากหลังเรียบง่ายก็จะเสริมให้ภาพสวยขึ้นมากเลยนะครับ เพราะ ฉนั้นก่อนถ่ายภาพมาโครทุกครั้ง ต้องพิจารณาฉากหลังไว้ก่อน ภาพที่ได้มาจะดูดีขึ้นทันตา แม้ว่าภาพนั้นจะองค์ประกอบไม่สวยก็ตาม แต่เรามีวิธีแก้ไขให้องค์ประกอบภาพสวยได้ ด้วยการ crop ในโปรแกรมแต่งภาพครับ

3 เรื่องของแสง
แสง ที่สวยสำหรับภาพมาโครมีอยู่ 3 แบบ คือ แสงด้านซ้าย แสงด้านขวา และ ย้อนแสง ส่วนแสงที่ไม่สวยคือแสงที่แข็ง แสงแข็งมักเกิดตอนสายๆหรือเที่ยง เพราะฉนั้นเลือกเวลาถ่ายภาพให้เหมาะสม จะเป็นเช้า หรือ เย็น จะเป็นนาทีทองที่จะสร้างภา
พให้สวยได้


ที่มา : http://tthanes.multiply.com/journal/item/6